ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประกันภัยทั่วไป

คปภ.เพิ่มมาตรการ ประกันภัย เยียวยา น้ำท่วม ใต้

คปภ. ห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม ได้ออกมาตรการ 7 ข้อ ด้าน ประกันภัย เพื่อเป็นการใช้ระบบ ประกันภัย เข้าไปช่วยเหลือ

สำนักงานคปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์) – ภาค 9 (สงขลา) เป็นศูนย์ดำเนินการช่วยเหลือ ย้ำให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อม รถยนต์ ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชนที่เดือดร้อน

เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้หลายจังหวัดยังมีน้ำท่วมขัง และหลายจังหวัดถูกน้ำท่วมเป็นระลอกที่ 2 ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาตรการ 7 ข้อ ด้าน ประกันภัย เพื่อเป็นการใช้ระบบ ประกันภัย เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้แล้ว และจากการที่ตนได้ออกคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานช่วยเหลือผู้เอา ประกันภัย และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ น้ำท่วม พร้อมทั้งได้สั่งการให้บริษัท ประกันภัย สรุปรายงานความเสียหาย การจ่ายค่าสินไหมทดแทน จากสถานการณ์ น้ำท่วม ครั้งนี้ ส่งให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงาน คปภ.ทุกวันศุกร์ เพื่อประสานความร่วมมือด้านข้อมูลการจัดทำ ประกันภัย ของผู้ประสบภัย ประสานงานการสำรวจภัย และการประเมินความเสียหาย รวมทั้งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย ประสานติดตาม เร่งรัด ให้มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน รวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม

โดยข้อมูลล่าสุด (วันที่ 26 มกราคม 2560) พบว่ามีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 1,856 รายการ ประเมินความเสียหาย 559,961,758 บาท โดย รถยนต์ ที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ ได้รับความเสียหาย 1,631 คัน ประเมินความเสียหาย 139,272,122 บาท ประกันภัยการเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) 104 ราย ประเมินความเสียหาย 409,164,593 บาท ประกันอัคคีภัย (ที่อยู่อาศัยที่ให้ความคุ้มครองภัย น้ำท่วม ) 69 ราย ประเมินความเสียหาย 3,911,334 บาท ประกันอัคคีภัย (อาคารพาณิชย์/ SME) 49 ราย ประเมินความเสียหาย 7,363,708 บาท ประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ (PA) 3 ราย ประเมินความเสียหาย 250,000 บาท

เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า กรมธรรม์ ประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองกรณี น้ำท่วม ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย และซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม กรมธรรม์ ประกันอัคคีภัย ที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) กรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) หรือกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจประเภทอื่น ที่ซื้อความคุ้มครองภัย น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติมและกรมธรรม์ ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) รวมถึงกรมธรรม์ ประกันชีวิต ฉะนั้นขอให้ผู้เอา ประกันภัย ตรวจสอบกรมธรรม์ด้วยว่าเป็นแบบใด และคุ้มครองเพียงใด ซึ่งหากมีข้อสงสัยให้ประสานงานกับบริษัทที่รับ ประกันภัย หรือสายด่วน คปภ. 1186 โดยอย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้จากข้อมูลความเสียหายในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่า รถยนต์ ที่ทำ ประกันภัย ได้รับผลกระทบจากภัย น้ำท่วม เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และชุมพร ซึ่งถูกน้ำท่วมเป็นระลอกที่ 2 ทำให้ประชาชนมีความยากลำบากในการชักลาก รถยนต์ ออกจากพื้นที่ เพื่อนำ รถยนต์ ไปซ่อมในจุดที่ให้บริการซ่อม รถยนต์ ดังนั้นตนจึงได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) และ สำนักงาน คปภ. ภาค 9 (สงขลา) ตั้งศูนย์ประสานงาน และจัดชุดโมบายเคลื่อนที่ โดยสำนักงานคปภ.ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้าน ประกันภัย ในทุกจังหวัดที่รับผิดชอบ และให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปดำเนินการร่วมกับสำนักงาน คปภ.จังหวัดชุมพร และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนสำนักงาน คปภ.ภาค 9 (สงขลา) ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้าน ประกันภัย ในทุกจังหวัดที่รับผิดชอบ รวมทั้งให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปดำเนินการร่วมกับสำนักงาน คปภ.จังหวัด โดยให้ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.ภาค 9 เป็นหัวหน้าทีมหน่วยเคลื่อนที่ไปปฏิบัติงาน ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกชุดให้จัดทีมหน่วยเคลื่อนที่ โดยให้ไปดำเนินการร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

นอกจากนี้ ตนยังได้เน้นย้ำให้ผู้บริหารของสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ น้ำท่วม ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด โดยรายงานต่อเลขาธิการ คปภ.โดยตรง และหากมีปัญหาข้อข้องใจในทางปฏิบัติ ให้ประสานงานโดยตรงกับเลขาธิการ คปภ. ทั้งนี้ในเรื่องของการเคลมค่าสินไหมทดแทนให้กับประชาชน จะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม โดยการซ่อม รถยนต์ ให้ยึดถือแนวปฏิบัติตามมาตรฐานการซ่อม รถยนต์ ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ

ระดับ A น้ำท่วมถึงพื้น รถยนต์ ประเมินค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 15 รายการ เช่น ตรวจสอบแบ็ตเตอรี่ (ถอดขั้ว/ตรวจสอบน้ำกลั่น/ไฟ-ชาร์ท) ทำความสะอาดตัวรถ ล้าง-อัด-ฉีด ขัดสี ถอดเบาะนั่ง หน้า-หลัง ถอดคอนโซลกลาง (คันเกียร์) ถอดพรมในเก๋ง-ซักล้าง-ตาก-อบแห้ง ถอดคันเร่ง (รถที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า และเซ็นเซอร์) ถอดลูกยางอุดรูพื้นรถ และทำความสะอาด ล้างทำความสะอาดห้องเครื่อง-เป่าแห้ง ตรวจสอบทำความสะอาดระบบเบรก 4 ล้อ/ผ้าเบรก ทำความสะอาดสายไฟ-ปลั๊กไฟด้วยน้ำยาเคมีภัณฑ์ ตรวจสอบชุดท่อพักไอเสีย (แคทธาเรติค)

ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง ประเมินค่าซ่อม 15,000 -20,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 26 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก 15 รายการ ในระดับ A คือ การถ่ายน้ำมันเครื่อง-เกียร์-เฟืองท้าย กรองน้ำมันเครื่อง- กรองอากาศ-กรองเบนซิน-กรองโซล่า ตรวจระบบจุดระเบิด หัวเทียน จานจ่าย หัวฉีด ตรวจสอบชุดเพลาขับ ถอดทำความสะอาดแผงประตูทั้ง 4 บาน ตรวจชุดสวิทซ์สตาร์ท-กล่องควบคุมไฟ- กล่องฟิวส์ ถอดทำความสะอาดไล่ความชื้นระบบเข็มขัดนิรภัย ถอดทำความสะอาดชุดมอเตอร์ยกกระจกไฟฟ้า ตรวจสอบทำความสะอาดเบาะ ถอดทำความสะอาด (ไดร์สตาร์ทและไดร์ชาร์จ) เพื่อไล่ความชื้น

ระดับ C น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท มีรายการที่ต้องดำเนินการ 39 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A และ B คือ ตรวจสอบชุดอีโมไรท์เซอร์/ระบบ GPS (ที่ติดมากับรุ่นรถ) ตรวจสอบไล่น้ำออกจากเครื่องยนต์ ท่อไอดี ห้องเผาไหม้ ตรวจสอบลูกปืนไดชาร์ท ลูกรอก ตรวจสอบทำความสะอาดระบบไฟส่องสว่าง (ไฟหน้า-ท้าย-เลี้ยว) ตรวจเช็คระบบขับเลี้ยวไฟฟ้า ถอดตรวจเช็คตู้แอร์ มอเตอร์ โบวเวอร์ เซ็นเซอร์ ถอดหน้าปัดเรือนไมล์ เกจ์ ถอดตรวจเช็คระบบไฟฟ้า และสายไฟขั้วต่างๆ ตรวจเช็คระบบเครื่องเสียง-วิทยุ-แอมป์-ลำโพง ตรวจเช็คระบบเบรก (ABS) ตรวจชุดหม้อลมเบรก/ แม่ปั้มบน-ล่าง ตรวจสอบลูกปืนล้อ-ลูกหมาก-ลูกยางต่างๆ ผ้าหลังคา/แมกกะไลท์

ระดับ D น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป มีรายการที่ต้องดำเนินการ 40 รายการ โดยเพิ่มเติมจาก ระดับ A – C มา 1 รายการ คือ ทำสี (กรณีสีรถได้รับความเสียหาย) ซึ่งในกรณีนี้ ทางบริษัทผู้รับ ประกันภัย อาจพิจารณาคืนทุน ประกันภัย ให้กับผู้เอา ประกันภัย ก็ได้

ระดับ E รถยนต์ จมน้ำทั้งคัน ซึ่งในกรณีนี้ บริษัทผู้รับ ประกันภัย จะคืนทุน ประกันภัย ให้กับผู้รับ ประกันภัย สถานเดียว

นอกจากนี้ เลขาธิการ คปภ. ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ คปภ. เร่งให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ในการซ่อม รถยนต์ ที่ถูกน้ำท่วม และมี ประกันภัย เพื่อไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือถูกซ้ำเติมจากระบบ ประกันภัย รวมทั้งได้กำชับไปยังบริษัท ประกันภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เอา ประกันภัย อย่างเร่งด่วน มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ทั้งนี้หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th

ที่มา : คปภ.