ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประกันภัยทั่วไป

แนะคปภ.ปรับเกณฑ์เงินกองทุน ประกันภัย

วอน คปภ.ยึดสถานการณ์ ปรับเกณฑ์เงินกองทุนสอดคล้องต่างประเทศ ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่คิดเกณฑ์สูงทุกอย่าง

ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า หากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะนำเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (อาร์บีซี) ระยะที่ 2 มาใช้ โดยมีการกำหนดค่าความเชื่อมั่น และค่าการตั้งสำรองความเสี่ยงจากการลงทุน (ริคส์ชาร์ด) ในอัตราที่สูง ก็ควรมีการปรับลดในส่วนของค่าอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (คาร์ เรโช) ให้ลดลงเหลือ 100% หรือ 120% จากปัจจุบันที่ใช้อยู่ 140%

“ในต่างประเทศส่วนใหญ่เขาใช้คาร์ เรโช อยู่ประมาณ 100% หรือ 120% ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ซึ่งการที่ไทยใช้ 140% เพราะตอนนั้นเพิ่งเริ่มมีเกณฑ์และเงื่อนไขดูแลธุรกิจ ประกันภัย ทำให้หลายอย่างยังไม่นิ่ง จึงต้องตั้งเกณฑ์สูงไว้ก่อน แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เราอาจจะลดลงมาบ้าง ไม่ใช่คิดเกณฑ์สูงทุกอย่าง ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย อยู่ระหว่างหารือกับ คปภ.”

ทั้งนี้ หลังจากที่ คปภ.ได้ให้บริษัท ประกันภัย ทุกแห่ง ทดสอบเกณฑ์อาร์บีซี ระยะที่ 2 ซึ่งมี 3 ระดับ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นนั้น พบว่าในระดับที่ 1 ค่าความเชื่อมั่น 95% คิดริคส์ชาร์ดการลงทุนในหุ้นที่ 35% บริษัทจะมีคาร์ เรโช อยู่ที่ 158% แต่ถ้าเป็นระดับที่ 2 ค่าความเชื่อมั่น 97.5% คิดริคส์ชาร์ดการลงทุนในหุ้นที่ 45% บริษัทจะมีคาร์ เรโช ลดลงมาอยู่ที่ 142%

สำหรับระดับที่ 3 ค่าความเชื่อมั่น 99.5% คิดริคส์ชาร์ดการลงทุนในหุ้น เพิ่มเป็น 50% บริษัทจะมีคาร์ เรโช ลดลงมาอยู่ที่ 130%

“ถ้าวัดตามเกณฑ์อาร์บีซีระยะที่ 1 หรือเกณฑ์ขั้นต่ำปัจจุบันที่ 140% ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เรายังอยู่สูงถึง 212% แต่มีปัญหาอยู่ที่ว่า เราลงทุนในหุ้นเยอะ คปภ.ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ดังนั้นอาร์บีซีระยะที่ 2 จึงมีการคิดริคส์ชาร์ดหุ้นให้สูงขึ้น จากเดิม 16% ในระยะที่ 1 เป็น 35-50% ขณะที่ ตราสารโภคภัณฑ์ ก็คิดสูงถึง 55%”

เลขานุการบริษัท กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 768 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234 ล้านบาท หรือ 43% เนื่องมาจากกำไรจากการรับ ประกันภัย 510 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไร 226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 284 ล้านบาท หรือ 125% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท หรือ 98% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับ ประกันภัย และหากเป็นงวดครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 1,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,154 ล้านบาท

ที่มา : โพสต์ทูเดย์