ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประกันภัยทั่วไป

3 ค่ายประกันลุยเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ลุ้นยอดขาย 8 แสนคัน

ค่าย ประกันภัยรถยนต์ ขนาดใหญ่ ยังไม่ลงมาแข่งลดราคาเบี้ยมากนัก บริษัทขนาดกลางมีลดเบี้ยลงในกลุ่ม รถยนต์ ที่มีกำไร

ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายรับ ประกันภัย และสินไหมทดแทน บมจ.เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปีนี้หากยอดขาย รถยนต์ ใหม่ทำได้ถึง 800,000 คัน น่าจะช่วยลดความรุนแรงในการแข่งขันตัดราคาเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ในตลาดลง เนื่องจากจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 5-6 เดือนแรกปีนี้ พบว่ามีการแข่งขันในตลาดสูงมาก ทำให้บริษัทเน้นกลุ่มลูกค้า รถยนต์ ที่มีอายุ 2-3 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีการขับขี่ดีในระดับหนึ่ง และถือว่าเป็นคนละตลาดกับ ประกันรถยนต์ ปีแรกที่แข่งขันสูง

"ที่ผ่านมา ค่าย ประกันภัย ขนาดใหญ่ ยังไม่ลงมาแข่งลดราคาเบี้ยมากนัก ส่วนบริษัทขนาดกลางอย่างเราก็มีลดเบี้ยลงบ้าง แต่เป็นการลดในกลุ่ม รถยนต์ ที่มีกำไร เช่น ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3 พลัส (3+) ซึ่งการลดเบี้ยลงจะส่งผลต่อลอสเรโช (อัตราค่าสินไหมทดแทน) ที่เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมต่ำกว่า 45% ก็ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 47-49% ซึ่งยังเป็นอัตราที่ดีกว่าลอสเรโช รถยนต์ รวมของบริษัทที่อยู่ประมาณ 60%"

ภาระต้นทุนของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าอะไหล่ เพิ่มขึ้นปีละ 3-5% ซึ่งเป็นต้นทุนที่ลดไม่ได้ เนื่องจากเป็นราคาที่ค่าย รถยนต์ ปรับขึ้น ดังนั้นจะต้องคุมต้นทุนผ่านค่าใช้จ่ายของบริษัท รวมทั้งมีนโยบายเพิ่มนักสำรวจภัยของบริษัท (อินเฮาส์เซอร์เวเยอร์) ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้คุณภาพการบริการลูกค้าดีขึ้น และลดต้นทุนในระยะยาว เพราะจากข้อมูลกรณีใช้อินเฮาส์เซอร์เวเยอร์ จะมีต้นทุนอยู่ที่ 650 บาท/เคส แต่การใช้บริษัทเซอร์เวย์ภายนอก จะมีต้นทุนอยู่ที่ 700-800 บาท/เคส อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทจะเน้นขยายตลาดในต่างจังหวัด เพราะยังมีลอสเรโชไม่สูงมากเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ

ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย กล่าวว่า ในตลาด ประกันรถยนต์ มีทั้งบริษัทที่ลดเบี้ย ประกันภัย หรือเพิ่มความคุ้มครองให้ลูกค้า แต่ทางบริษัทจะใช้จุดแข็งด้านช่องทางตัวแทน ในการนำเสนอแบบ ประกันภัย เฉพาะให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เบี้ย ประกันภัย ราคาถูกลง แต่ให้ความคุ้มครองที่ตรงกับพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้า เช่น กลุ่มลูกค้าที่มีประวัติขับขี่ดี จะเสนอแบบ ประกันภัย ที่มีค่าใช้จ่ายส่วนแรก (Deductable) หรือการระบุชื่อผู้ขับขี่ และเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อให้มีเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ ที่ถูกลง แต่คุ้มครองเหมือนแบบ ประกันภัย ทั่วไป

"เราทำเบี้ย ประกันภัย ให้ถูกลง แต่ความคุ้มครองอื่นๆ เท่าเดิม เช่น รถยนต์คัมรี่ ในตลาดขาย ประกันภัยรถยนต์ ชั้นหนึ่งที่ 30,000 บาท/ปี แต่เราคำนวณแล้วว่า เราขายได้ที่ 23,000 บาท/ปี เมื่อเราทำแบบ ประกันภัย ให้เป็นแบบดีดักต์ ค่าเบี้ย ประกันภัย จะถูกลงครึ่งหนึ่ง อยู่ที่ 12,000 บาท/ปี ซึ่งจะออกขายกับกลุ่มลูกค้าที่มั่นใจว่าขับรถดีก่อน แต่แบบ ประกันภัย ดีดักต์ ถ้าลูกค้าเป็นฝ่ายผิด หรือเป็นฝ่ายชน ก็ต้องจ่ายค่าความรับผิดชอบส่วนแรกที่ 4,000 บาท ส่วนที่เหลือบริษัทก็รับเคลมตามปกติ เป็นต้น ซึ่งแบบ ประกันภัย นี้ ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้ามาก จึงใช้ตัวแทนขาย ปัจจุบันแบบ ประกันภัย ดีดักต์ ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของพอร์ต รถยนต์ รวม เพราะเพิ่งเริ่มขายในปี 2558"

ประธานกลุ่ม เอไอจี ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีสัดส่วนเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ อยู่ที่ 12-13% จึงหันมาทำตลาดแบบเจาะ Segment มากขึ้น ทั้งการปรับผลิตภัณฑ์ให้กระชับขึ้น เช่น แบบ ประกันภภัยรถยนต์ ประเภท 2+, 3+ โดยยังเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นตลาดใหญ่ แต่ละภูมิภาคจะเลือกเจาะเฉพาะจังหวัด ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะมีข้อมูลที่สามารถเจาะลูกค้าแต่ละเซ็กเมนต์ได้จริง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับระบบเคลม เป็นระบบสุ่มตรวจหลังซ่อม เช่น กรณีการเคลมเล็ก อย่างถอยรถชนเสา เปิดประตูเป็นรอย หรืออื่นๆ ที่มูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท/คัน บริษัทจะอนุมัติให้อู่ในเครือทำเคลมซ่อมให้ก่อน และสุ่มตรวจ ซึ่งต่างจากเดิมที่บริษัทต้องตรวจก่อนอนุมัติซ่อม ทั้งนี้การซ่อมมูลค่าต่ำนี้ คิดเป็น 40% ของการเคลมทั้งหมดของบริษัท ซึ่งบริษัทถือว่าการซ่อมให้ลูกค้าก่อน จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นของบริษัททั้งกับอู่และลูกค้าด้วย

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ