ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประกันภัยทั่วไป

แผนพัฒนาการ ประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2559-2563)

การพัฒนาธุรกิจ ประกันภัย ไทย ช่วงปี พ.ศ. 2559-2563 เน้นให้ระบบ ประกันภัย ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2559-2563) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ สาระสำคัญของเรื่อง รายงานว่า

1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้จัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ซึ่งผ่านการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาธุรกิจ ประกันภัย ไทยในระยะต่อไป และเป็นการวางกรอบทิศทางในการพัฒนาธุรกิจ ประกันภัย ไทยช่วงปี พ.ศ. 2559-2563 ที่ต้องการมุ่งเน้นให้ “ระบบ ประกันภัย ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน” ประกอบด้วยยุทธศาสตร์หลัก 4 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรม ประกันภัย
สาระสำคัญ
- เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ โดยพัฒนากรอบการกำกับเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง ระยะที่ (RBC 2) และลดต้นทุนจากการประกอบธุรกิจ โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล
- ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ ประกันภัย โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่ดี การเปิดเผยข้อมูล รวมถึงการคัดกรองบุคคลที่มีคุณภาพในการเข้ามาดำเนินธุรกิจ ประกันภัย
- ยกระดับพฤติกรรมทางการตลาดของระบบ ประกันภัย โดยให้ความสำคัญกับกระบวนงาน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงก่อนเป็นอันดับแรก

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างความรู้และการเข้าถึงการประกันภัย
สาระสำคัญ
- เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการ ประกันภัย ผ่านการพัฒนาเครื่องมือ รูปแบบ วิธีการ และสื่อประชาสัมพันธ์ ที่เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย
- ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกันภัย ให้สอดคลัองกับความต้องการ และความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ ประกันภัย ที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ ผลิตภัณฑ์ ประกันภัย สำหรับรายย่อย รวมถึงผลิตภัณฑ์ ประกันภัย ที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการประกอบอาชีพ
- ขยายช่องทางการเข้าถึงการ ประกันภัย ของประชาชนรายย่อย และท้องถิ่น ผ่านการพัฒนากระบวนการขาย ประกันภัย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน
สาระสำคัญ
- เสริมสร้างการแข่งขัน ผ่านการผ่อนคลายการกำกับผลิตภัณฑ์ ประกันภัย เพื่อให้มีความยืดหยุ่น และอิงกลไกตลาดมากขึ้น
- พัฒนาการกำกับ และกระบวนการให้ความเห็นชอบ / อนุมัติผลิตภัณฑ์ ประกันภัย เพื่อลดอุปสรรค และความล่าช้า แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานการกำกับตามระดับความมั่นคง และระดับความเสี่ยงของบริษัท ประกันภัย
- ส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาด ประกันภัย ในภูมิภาคอาเซียน โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการ ประกันภัย ในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ ในกลุ่มประเทศ CLMV

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ประกันภัย
สาระสำคัญ
- พัฒนาและยกระดับบุคลากร ประกันภัย ให้เป็นมืออาชีพ โดยการสร้างมาตรฐานวิชาชีพของบุคลากร ประกันภัย ผลักดันให้สถาบันวิทยาการ ประกันภัย ระดับสูง เป็นศูนย์กลางพัฒนาหลักสูตร และการฝึกอบรม และการให้ทุนสำหรับบุคลากร ประกันภัย และนิสิตนักศึกษาในสาขาที่ขาดแคลน
- เสริมสร้างศักยภาพการวิจัยและสารสนเทศ โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในระบบ ประกันภัย และพัฒนาฐานข้อมูลกลางด้านการ ประกันภัย ให้สมบูรณ์
- ผลักดันให้การ ประกันภัย เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะการ ประกันภัย พืชผลสำหรับเกษตรกร การ ประกันภัย รถโดยสารสาธารณะ อาคารสาธารณะ และสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง
- เสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานกำกับ โดยปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการ ประกันภัย รวมถึงพัฒนาการบังคับใช้กฎหมาย และเตรียมความพร้อมเพื่อการประเมิน ในโครงการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program: FSAP)

2. ความสำเร็จของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 พิจารณาจากปัจจัยชี้วัดความสำเร็จด้านพัฒนาการ และเสถียรภาพของระบบ ประกันภัย 5 ปัจจัย ดังนี้

2.1 สัดส่วนเบี้ย ประกันภัย ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Insurance Penetration) อยู่ในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยสัดส่วนเบี้ย ประกันภัย ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลก อยู่ที่ร้อยละ 6.2
2.2 จำนวนกรมธรรม์ ประกันชีวิต ต่อประชากรอยู่ที่ร้อยละ 50
2.3 มูลค่าเบี้ย ประกันภัย ต่อหัว (Insurance Density) ของไทยอยู่ในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยมูลค่าเบี้ย ประกันภัย ต่อหัวของโลก ระหว่าง 18,000 – 23,000 บาท
2.4 ระดับความสำเร็จของการยกระดับความมั่นคงทางการเงิน โดยบริษัท ประกันภัย สามารถดำรงเงินกองทุนได้ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนดในปัจจุบัน ทั้งนี้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR ratio) ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับร้อยละ 140
2.5 สัดส่วนเรื่องร้องเรียนที่เข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน คปภ. ต่อจำนวนกรมธรรม์ ประกันภัย ไม่เกินร้อยละ 0.016

ที่มา : อาร์วายทีไนน์