ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประกันภัยทั่วไป

ตลาด รถยนต์ อ่วมสุดในรอบ 5 ปี โตโยต้าหนัก ค่ายอีกเงียบ

ตลาด รถยนต์ ปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ 7.2 แสนคัน คงอยู่ในภาวะถดถอยต่อไปอีก 2 ปี สิ่งที่ผู้บริโภคตัดสินใจอันดับแรก ไม่ใช่การซื้อ รถยนต์

ตลาด รถยนต์ ปี 59 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี คาดยอดขายทำได้แค่ 7.2 แสนคัน ยักษ์ใหญ่ โตโยต้า ประกาศ “ปลดพนักงาน” ฝ่ายผลิต เหตุส่งออก ขายในประเทศหดตัว ด้าน ส.อ.ท.เผยเป้าส่งออกทั้งปีติดลบ 2% แม้การท่องเที่ยวจะขยายตัว แต่ตลาด รถยนต์ ยังคงพิษไข้ไปอีก 2 ปี โดยส่งออก รถยนต์ 5 เดือนติดลบอยู่ 2.3%

จากที่ โตโยต้า ได้ประมาณการยอดขาย รถยนต์ ในประเทศจะฟื้นตัวได้ใน 2 ปี แต่เนื่องจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว โดยเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดได้กล่าวยอมรับว่า ตลาด รถยนต์ ปี 2559 จะเป็นปีที่ค่อนข้างยากลำบาก ยอดขายรวมในประเทศจะอยู่ที่ 7.2 แสนคัน สำหรับ โตโยต้า จะมียอดขายในประเทศ 2.4 แสนคัน ส่งออก 3.7 แสนคัน

ล่าสุด โตโยต้า ประกาศชี้แจงกรณีปลดพนักงานล่วงเวลาออก ด้วยการเปิดโครงการสมัครใจลาออกว่า เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงชะลอตัว ประกอบกับความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลก ที่มีผลต่อการส่งออก ส่งผลกระทบต่อตลาด รถยนต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องปรับลดกำลังการผลิตลง และมีพนักงานเกินความจำเป็นในการผลิต รวมทั้งต้องปรับลดจำนวนชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา ทำให้รายได้รวมต่อเดือนของพนักงานลดลง

ดังนั้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีทางเลือก บริษัทจึงเปิดโครงการ “จากด้วยใจ” ให้แก่พนักงานรับเหมาช่วงเข้าร่วมโครงการสมัครใจลาออก ซึ่งพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับเงินชดเชยครบถ้วนตามกฎหมายแรงงาน และบริษัทยังพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มเติมพิเศษ ให้กับพนักงานที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ของตลาด รถยนต์ ดีขึ้น ทางบริษัทยินดีที่จะรับพนักงานที่สมัครใจร่วมโครงการนี้ กลับเข้าทำงานเป็นลำดับแรก โดยคงอัตราค่าจ้างพร้อมสวัสดิการตามเดิม รวมทั้งจะมีการนับอายุงานต่อเนื่อง บริษัทขอยืนยันว่าตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทไม่มีนโยบายปลดพนักงานออกแต่อย่างใด รวมทั้ง โตโยต้า ยังมีความมั่นใจว่า ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิต รถยนต์ ในภูมิภาคนี้ต่อไป

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) เปิดเผยหลังจากการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันเอกชน (กกร.) ว่าการส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ปี 59 อยู่ในระดับติดลบ 1.9% ขณะที่หลังจากการประเมินช่วง 7 เดือนหลัง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่าไม่น่าจะขยายตัวเพิ่มมากกว่า 2% จึงปรับลดประมาณการมูลค่าการส่งออกในปี 59 ลงมาเป็นติดลบ 2.0% แต่อย่างไรก็ตามมีสัญญาณบวก ยอดขาย รถยนต์ ที่เพิ่มขึ้นได้เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ในเดือนเมษายนและพฤษภาคมของปีนี้

แต่ทั้งนี้ ภายใต้ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสั่งซื้อสินค้าจากไทย และทำให้การฟื้นตัวของการส่งออกอาจต้องใช้เวลามากกว่าที่คาด แม้ว่าการใช้จ่ายในประเทศเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว ประกอบกับการใช้จ่ายของภาครัฐ และการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวต่อเนื่องก็ตาม แต่ GDP ก็ยังคงอยู่ที่ 3.0-3.5% ตามเดิม

ด้านรองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า การที่ค่าย โตโยต้า ปลดพนักงานนั้น ไม่น่าจะมีบริษัท รถยนต์ รายอื่นๆ มีการปลดพนักงานเกิดขึ้น น่าจะมีเพียง โตโยต้า ค่ายเดียวเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้มีการผลิตเยอะมาก เพื่อรองรับ รถยนต์ คันแรก ขณะที่ยอดผลิต รถยนต์ รวมนั้นยังคงเป้าเดิม 1.97 ล้านคัน แม้ว่าส่งออก รถยนต์ 5 เดือนที่ผ่านมาจะติดลบอยู่ 2.3% ก็ตาม

สำหรับกรณี โตโยต้า เปิดโครงการให้พนักงานล้วงเวลาลาออกนั้น ปรากฏในโลกโซเชียลว่า บริษัทผู้ผลิต รถยนต์ ค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ได้เปิดโครงการ “จากด้วยใจ” เปิดให้พนักงานรับเหมาช่วง ซึ่งมีอยู่ในกระบวนการผลิตประมาณ 40% ของลูกจ้างทั้งหมด หรือราว 800-900 คน สมัครใจลาออก โดยกำหนดจำนวนแต่ละไลน์การผลิต และได้เปิดรับสมัครเข้าโครงการเป็นเวลา 1 อาทิตย์

ทั้งนี้ ตลาด รถยนต์ ปี 2559 หากเทียบกับปี 5 ปีที่ผ่านมา มียอดขายรวมปี 2554 อยู่ที่ 7.9 แสนคัน และเติบโตสูงสุดถึง 1.4 ล้านคัน เนื่องจากโครงการ รถยนต์ คันแรกในปี 2555 และเข้าสู่สภาวะปกติในปี 2556 ด้วยยอดขาย 1.13 ล้านคัน และค่อยๆ ถดถอยลงมาอยู่ที่ 8.81 แสนคัน ในปี 2557 และลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 7.5 แสนคัน ในปี 2558 ที่ผ่านมา และปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 7.2 แสนคัน ซึ่งจะยังคงอยู่ในภาวะถดถอยนี้ต่อไปอีก 2 ปี เพราะกำลังซื้อได้ถูกดึงไปใช้ล่วงหน้าแล้ว ที่สำคัญสิ่งที่ผู้บริโภคตัดสินใจอันดับแรก ไม่ใช่การซื้อ รถยนต์

ที่มา : สยามธุรกิจ