ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

ข่าวประชาสัมพันธ์-สื่อสารองค์กร

ประกันภัยรถยนต์ ‘เมาสุรา’ ไม่คุ้มครองอะไรเลย

ผู้ขับขี่เมาสุรา ตรวจพบ เฉพาะ แอลกอฮอล์ในเส้นเลือด เกินกฎหมายกำหนด ประกันภัยรถยนต์ ถือเป็นข้อยกเว้นความรับผิด จะไม่ชดใช้ใดๆ ทั้งสิ้น

สถิติของการเกิดอุบัติเหตุทาง รถยนต์ ในช่วงปีใหม่ 2561 ที่ผ่านมา ไม่ได้ลดน้อยลงจากการเกิดอุบัติเหตุในทุกๆ ปีที่ผ่านมาของช่วงเวลาเดียวกัน ปัญหาเรื่องผู้ขับขี่ “เมาสุรา” และเกิดอุบัติเหตุ ยังคงครองแชมป์การทำให้เกิดความเสียหาย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และในทุกๆ เทศกาลตลอดมา

ในธุรกิจ ประกันภัย โดยเฉพาะการ ประกันภัยรถยนต์ ปัญหาเรื่อง “ผู้ขับขี่เมาสุรา” ถูกกำหนดให้เป็นข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทที่รับ ประกันภัย ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ ในทุกความคุ้มครอง ซึ่งหมายความว่า บริษัทที่รับ ประกันภัย จะไม่ชดใช้ให้กับความเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครก็ตาม หากผู้ขับขี่ รถยนต์ คันเอา ประกันภัย ในขณะเกิดเหตุ เมาสุรา แต่เพื่อไม่ทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหายจาก รถยนต์ คันที่เอา ประกันภัย ไว้แต่ผู้ขับขี่ เมาสุรา เงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ จึงกำหนดให้บริษัทที่รับ ประกันภัย จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายของบุคคลภายนอกไปก่อน แล้ว ผู้เอาประกันภัย จะต้องใช้คืนค่าเสียหายดังกล่าวนั้นให้บริษัทที่รับ ประกันภัย ภายใน 70 วัน แต่สำหรับความเสียหายของตัวรถ ประกันภัย เอง หากในขณะเกิดเหตุผู้ขับขี่ เมาสุรา กรมธรรม์ก็จะไม่ให้ความคุ้มครองแต่อย่างใด

การกำหนดว่า “เมาสุรา” มีเกณฑ์มาตรฐานเพียงใด ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด ที่แสดงความ เมาสุรา โดยตลอดมา ในปัจจุบันเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ กำหนดข้อยกเว้นความคุ้มครองรับผิดของบริษัทที่รับ ประกันภัย สำหรับความเสียหายที่เกิดจาก รถยนต์ ที่ผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ เมาสุรา ไว้ดังนี้

การขับขี่โดยบุคคล ซึ่งในขณะขับขี่ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดให้ถือว่าเมาสุรา

เงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัย ในประเด็นนี้ ถือได้ว่าตามหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติจราจรทางบกทุกประการ แต่มีข้อน่าสังเกตประการหนึ่งก็คือ ถ้าในการตรวจสารเสพติดในเส้นเลือดของผู้ขับขี่ รถยนต์ คันเอา ประกันภัย พบสารเสพติดชนิดอื่น อาทิ ยาไอซ์ ยาอี เป็นต้น แต่ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดแต่อย่างใด จะถือว่า ผู้ขับขี่เมาสารเสพติด ที่จะถือเป็นข้อยกเว้นความรับผิด ของบริษัทที่รับ ประกันภัย รถยนต์ คันดังกล่าวตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ หรือไม่

กรณีเช่นนี้ ต้องถือหลักว่า การตีความข้อยกเว้นความรับผิดนั้น โดยหลักกฎหมายกำหนดให้ต้องตีความโดยเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษร เมื่อข้อยกเว้นในเงื่อนไขกรมธรรม์ ประกันภัยรถยนต์ กำหนดไว้เพียงการตรวจพบ แอลกอฮอล์ในเส้นเลือด มิได้กำหนดไปถึงสารเสพติดชนิดอื่นด้วย เมื่อการตรวจทางการแพทย์ไม่พบ แอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ตามปริมาณที่กำหนด กรมธรรม์ก็ต้องให้ความคุ้มครอง บริษัทที่รับ ประกันภัย จะยกเอาข้อยกเว้นนี้มาปฏิเสธความรับผิดตามกรมธรรม์ ประกันภัย ไม่ได้

บทสรุปของธุรกิจ ประกันภัยรถยนต์ ในวันนี้ คงยึดถือเรื่องเมาไว้เฉพาะปริมาณ แอลกอฮอล์ในเส้นเลือด ที่เกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น สำหรับสารเสพติดชนิดอื่น ไม่ถือเป็นเรื่องการเมาจากสารเสพติด ที่จะถือเป็นข้อยกเว้นความรับผิด ตามกรมธรรม์ ประกันภัย ได้

เครดิต: สยามอินชัวร์ นิวส์

ที่มา : ทูเดย์อินชัวร์