ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

คลังข้อมูลข่าวย้อนหลัง

น้ำท่วมหลอนไม่เลิก ประกันภัย ร้อง ‘ไทยรี’ แจ้งเคลมเพิ่ม

ตอนเกิดน้ำท่วมใหม่ๆ ประกันภัย สำรวจความเสียหายไม่ได้ ประเมินค่าเสียหาย 70% น้ำลดความเสียหายขยับเป็น 90%

พิษสงจากน้ำท่วมหนักเมื่อปีก่อน ยังส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ และฐานะการเงินของบริษัท ประกันภัย โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งจะมีการสรุปค่าสินไหมทดแทนจริงที่ต้องจ่าย ซึ่งจะต้องลงบันทึกในบัญชีงบการเงิน จากผลประกอบการในรอบ 9 เดือนของบริษัท ประกันภัย ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น ส่วนใหญ่กำไรลดลง และอีกหลายบริษัทขาดทุน

แห่เคลม ประกันภัย กันเอง “ไทยรี” แจ้งเพิ่ม ไตรมาสสี่ขาดทุนปูด

ข่าวจากบริษัท ประกันภัย แห่งหนึ่งให้ความ ตอนนี้บริษัท ประกันภัย เจอการเรียกร้องสินไหมทดแทนจากการ ประกันภัย ต่อช่วงจากบริษัท ไทยรับ ประกันภัย ต่อ จำกัด (มหาชน) หรือไทยรี ที่ทยอยแจ้งยอดเข้ามา เพราะด้วยกลไกการรับ ประกันภัย ต่อในไทย ที่มีไทยรีเป็นแกนสำคัญ บริษัท ประกันภัย 54 บริษัทจะส่งงานให้กับไทยรี 5% ของทุกกรมธรรม์ ซึ่งใน 5% นี้ ไทยรีจะรับ ประกันภัย ไว้เอง 26% ส่วนอีก 74% จะส่งต่อไปให้กับบริษัทสมาชิก ซึ่งจะต้องชดใช้ค่าสินไหมในส่วนนี้

“ตอนนี้บริษัท ประกันภัย มีการสรุปตัวเลขสินไหม เร่งจ่ายสินไหม ในส่วนที่รับ ประกันภัย ตรงไว้ให้หมดภายในปีนี้ จนถึงไตรมาสหนึ่งปีหน้า ขณะเดียวกันจะเริ่มมีการเรียกสินไหม จากการ ประกันภัย ต่อช่วง เข้ามาในช่วงนี้เช่นกัน”

สำหรับค่าสินไหมจากการ ประกันภัย ต่อช่วงมีมากสมควร แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1. กลุ่มที่รับ ประกันภัย ต่อจากไทยรีแล้ว เก็บความเสี่ยงภัยไว้เอง ไม่ได้ซื้อ ประกันภัย ต่อต่างประเทศรองรับไว้ และ 2. ซื้อ ประกันภัย ต่อกับผู้รับ ประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอส์) ต่างประเทศ รองรับไว้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ไม่น่าห่วงเท่ากับกลุ่มแรก เพราะภัยสะสมที่เกิดจากน้ำท่วมใหญ่ มีจำนวนมากส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้องจ่ายสินไหมจากกำลังตัวเอง เงินกองทุนที่มีอยู่ ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นยุบตัวลง อาจจะต้องเพิ่มทุนอัดฉีดเงินกันใหม่

“ยังบอกไม่ได้ค่าสินไหมส่วนนี้จะมากน้อยแค่ไหน เพราะเพิ่งรับรู้บันทึกสินไหมค้างจ่ายจากการ ประกันภัย ต่อที่เพิ่งโผล่เยอะในช่วงไตรมาสสามและสี่ ซึ่งเพิ่งได้ข้อสรุปค่าเสียหาย ทำให้บริษัท ประกันภัย ต่างๆ ต้องตั้งสำรองสินไหมค้างจ่ายเพิ่มขึ้นมาในระบบ จะทำให้ผลประกอบการในไตรมาสสี่ มีผลขาดทุนเพิ่ม ตัวเลขจะเป็นเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับไทยรีจะรับรู้สินไหมจ่ายแล้วจาก บริษัทสมาชิกบางแห่งที่ ประกันภัย ต่อไปให้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่รวมน้ำท่วมปีนี้ทั้งปีกำไรดีมาก เกือบทุกบริษัทมีกำไรทุกไตรมาส เพราะ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่ และไม่มีภัยใหญ่เลย”

ผลพวงผู้สอบบัญชีเช็กละเอียดยิบ

ด้านข่าวจากบริษัท ประกันภัย อีกแห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า ค่าเสียหายจากการ ประกันภัย ต่อช่วงขยับเพิ่มขึ้นทั้งตลาด เนื่องจากบริษัทสมาชิกที่ส่ง ประกันภัย ต่อไปให้กับไทยรี มีการปรับยอดสินไหมเพิ่มขึ้นหลังจากจ่ายเคลมเพิ่มขึ้น อย่างตอนเกิดน้ำท่วมใหม่ๆ เมื่อปลายปีก่อน บริษัท ประกันภัย ยังเข้าไปสำรวจความเสียหายไม่ได้ ประเมินค่าเสียหายประมาณ 70% แต่พอน้ำลดไปสำรวจความเสียหายจริง มีความเสียหายสูงกว่าที่ประเมินไว้จาก 70% ขยับเป็น 90% หรือบางเคสเสียหายสิ้นเชิง จุดนี้จะทำให้สินไหมรวมทั้งระบบเพิ่มขึ้นด้วย อาจจะขยับจาก 4.8 แสนล้านบาท ที่คปภ.ประเมินไว้เป็น 5 แสนล้านบาท ได้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบริษัทสมาชิกที่รับ ประกันภัย ต่อช่วงจากไทยรี ตัวเลขขยับเพิ่มตามไปด้วย

“ส่วนหนึ่งมาจากผู้สอบบัญชี ที่จะรับรองงบการเงินประจำปีของบริษัทก่อน จะรับรองจะต้องสอบถามข้อมูลที่ถูกต้อง ให้มีการลงบันทึกบัญชีที่ชัดเจนก่อนจะรับรองงบการเงิน ไปอย่างนั้นอาจจะถูกฟ้องร้องได้ในภายหลัง อย่างการตั้งสำรองสินไหม ต้องตั้งให้ถูกต้อง ถ้าเป็นสินไหมทั่วไปไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นสินไหมขนาดใหญ่ อย่างน้ำท่วมจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในปีนั้นๆ มาก เช่น ปีก่อนอาจจะตั้งสำรองไว้น้อยได้ เพราะเพิ่งเริ่มเกิดยังสำรวจไม่ค่อยได้ แต่ปีนี้สำรวจเสร็จ จะรู้ค่าเสียหายจริงเท่าไหร่ ตัวเลขจะมาโผล่ในปีนี้ จะมีการบุ๊กเคลมจริง ตั้งสำรองจริง จะเห็นผลตัวเลขขาดทุนที่แท้จริง”

สำหรับบริษัท ประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบจากสินไหม ประกันภัย ต่อช่วงที่เริ่มปูดขึ้นมา อาทิ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยกรรมการผู้อำนวยการ กล่าวว่า บริษัทเพิ่งเพิ่มทุนอีก 960 ล้านบาท จากเดิมมีทุนจดทะเบียน 1,852 บาท เป็น 2,812 บาท หลังจากเมื่อตอนต้นปีนี้เพิ่มทุนไปรอบหนึ่งจำนวน 1,500 ล้านบาท เรียกชำระจากผู้ถือหุ้น 750 ล้านบาท เพราะน้ำท่วมทำให้ราคาหุ้นลดลงครึ่งหนึ่ง จากราคาพาร์ 100 บาท ตอนนั้นคิดว่าเพียงพอรองรับค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วม แต่ตอนหลังไทยรีแจ้งยอดสินไหมเพิ่มเติมมาอีก ทำให้ต้องเพิ่มทุนอีก โดยไทยรีก็ได้รับแจ้งค่าสินไหมจากบริษัทสมาชิกที่รับ ประกันภัย ต่อไว้เพิ่มมาอีกทอดหนึ่งเช่นกัน

“ปลายปีก่อนเราได้รับแจ้งยอดสินไหมการ ประกันภัย ต่อช่วง จากไทยรี 300 กว่าล้านบาท หลังจากนั้นมีการแจ้งยอดเพิ่มมาเรื่อยๆ เป็นกว่า 500 ล้านบาท ณ สิงหาคม ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนด้านเทคนิคเพิ่มขึ้นทันที 200 กว่าล้านบาท กระทบกับการตั้งสำรองและเงินกองทุน ที่คำนวณตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RBC) ซึ่งตอนนั้นเพียงพอ เพราะคำนวณจากฐาน 300 กว่าล้านบาท แต่พอเพิ่มเป็น 500 กว่าล้านบาท ทำให้ไม่พอต้องตั้งสำรองเพิ่ม

ยิ่งกว่านั้นการเพิ่มทุนยังเพื่อรองรับการขยายงานด้วย เพราะปีนี้บริษัทเติบโตมากถึง 20% หากเติบโตแค่ 5-6% คงไม่ต้องเพิ่มทุน โดยเงินเพิ่มทุน 960 ล้านบาท บริษัทเรียกชำระจากผู้ถือหุ้นเข้ามาแล้ว จำนวน 450 ล้านบาท ขายต่ำกว่าราคาพาร์ครึ่งหนึ่งเช่นกัน หลังจากเพิ่มทุนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่รับรองโดยนักคณิตศาสตร์ ประกันภัย อยู่ที่ 200%

ที่มา : สยามธุรกิจ