ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

คลังข้อมูลข่าวย้อนหลัง

มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการประกันภัย

ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้บริษัทประกันภัยที่ควบเข้ากัน รายจ่ายที่ควบเข้ากัน ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับ (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการ ประเด็นเงินสำรองของสถาบันการเงินและกิจการประกันภัย) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ดำเนินการต่อไปได้

ข้อเท็จจริง กค. เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาว่า
1. ประมวลรัษฎากร

1.1 มาตรา 65 ตรี (1) บัญญัติให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินสำรองจากเบี้ยประกันภัย และเงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ สำหรับหนี้จากการให้สินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ได้กันไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ แล้วแต่กรณี มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

1.2 มาตรา 74 (2) และ (3) บัญญัติให้กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกัน หรือควบเข้ากันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น ให้นำเงินสำรองหรือเงินกำไรยกมาจากรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ เฉพาะส่วนที่ยังมิได้เสียภาษีเงินได้ ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย และสำหรับกรณีที่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประกอบกิจการประกันภัย ให้นำเงินสำรองซึ่งได้กันไว้ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ ตามมาตรา 65 ตรี (1) เฉพาะส่วนที่ยังมิได้นำมาเป็นรายได้มารวมคำนวณเป็นรายได้

2. จากข้อกฎหมายตามข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ข้างต้น ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคกรณีบริษัทที่เป็นสถาบันการเงิน หรือที่ประกอบกิจการประกันภัย ที่เลิกกันหรือควบเข้ากัน จะต้องนำเงินสำรองที่กันไว้มารวมคำนวณเป็นรายได้ ซึ่งบริษัทเดิมที่จะควบ หรือบริษัทผู้โอน อาจไม่มีสภาพคล่องมากพอที่จะเสียภาษีจากเงินสำรองที่กันไว้ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการควบรวมกิจการในประเด็นเงินสำรอง ของสถาบันการเงินและกิจการประกันภัย โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้แก่บริษัทเดิมที่จะควบหรือบริษัทผู้โอนสำหรับเงินสำรอง ซึ่งได้กันไว้และนำมารวมคำนวณเป็นรายได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา
1. กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้แก่บริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากัน หรือเป็นผู้โอนกิจการที่ต้องจดทะเบียนเลิก สำหรับเงินได้ที่เป็นเงินสำรอง ซึ่งได้กันไว้ตามมาตรา 65 ตรี (1) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องนำมารวมเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ควบเข้ากัน หรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ตามมาตรา 74 (2) และ (3) แห่งประมวลรัษฎากร
2. กำหนดให้รายจ่ายของบริษัทใหม่ที่ควบเข้ากัน หรือผู้โอนกิจการจากการโอนกิจการทั้งหมด เป็นจำนวนเท่ากับเงินสำรองที่ได้กันไว้ ตามมาตรา 65 ตรี (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของบริษัทเดิมอันได้ควบเข้ากัน หรือเป็นผู้โอนกิจการที่ต้องจดทะเบียนเลิก เป็นรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (20)

ที่มา : อาร์วายที่ไนน์