ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

คลังข้อมูลข่าวย้อนหลัง

แอลเอ็มจีประกันภัย ประกาศลั่นเลิกแข่งขันราคา ปั๊มเบี้ยสร้างกำไร

ตลาดมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โอกาสขาดทุนมีสูง โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรถยนต์ บริษัทจึงไม่มีนโยบายที่จะไปแข่งขันด้วย

ประธานบริหารสูงสุด บริษัทแอลเอ็มจี ประกันภัย เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าทำเบี้ยไว้แค่ 5,000 ล้านบาทเท่านั้น เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 200 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ทำเบี้ยได้ 4,800 ล้านบาท โดยปีนี้และปีหน้าจะมุ่งเน้นเรื่องการสร้างผลกำไรเป็นหลัก เพราะตลาดการแข่งขันในปีนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างยอดขายให้เติบโต เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โอกาสขาดทุนจึงมีสูง โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ดังนั้น บริษัทจึงไม่มีนโยบายที่จะไปแข่งขันด้วย สำหรับช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 85% และเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือนันมอเตอร์ 15% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่เบี้ยนันมอเตอร์อยู่ที่ 12% และเบี้ยรถยนต์อยู่ที่ 88%

อย่างไรก็ตาม ภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าลดสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์เหลือ 75% และเบี้ยนันมอเตอร์เพิ่มขึ้นเป็น 25% เพื่อให้เกิดความสมดุลในเรื่องของรายได้และการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินของบริษัทเติบโตถึง 100% เนื่องจากความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้น โดยเน้นทำตลาดประกันภัยให้กับคอนโดมิเนียม สำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน และโรงแรม เป็นหลัก

ขณะที่เรื่องฐานะการเงินบริษัทไม่มีปัญหาไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนอีก โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ที่ 380% นอกจากนี้ บริษัทยังคงสนใจที่จะที่เข้าไปซื้อกิจการของบริษัทประกันภัยอื่นเหมือนเดิม เพียงแต่ที่ผ่านมาการเจรจายังไม่ประสบความสำเร็จ โดยคุณสมบัติที่ต้องการคือ ต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีช่องทางขายที่หลากหลาย มีสัดส่วนเบี้ยนันมอเตอร์ที่มาก และต้องเป็นบริษัทประกันภัยที่ติด 1 ใน 10 ด้วย เพราะเป้าหมายหลักของแอลเอ็มจีคือ ต้องติด 1 ใน 5 ภายในอีก 3-5 ปีให้ได้ จากปี 2554 บริษัทอยู่ที่อันดับ 7

บริษัทแม่ที่สหรัฐอเมริกาเองก็มีนโยบายขยายธุรกิจมาในเอเชีย ไม่ว่าจะไปลงทุนในเวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย หรือจีน และเมื่อมีการเปิดเสรีอาเซียน หรือประชาคมอาเซียนก็ยิ่งทำให้ลูกค้าในไทยได้ประโยชน์มากขึ้น เมื่อมีการเชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่งในปี 2556 ระบบไอทีในไทยก็จะย้ายไปรวมศูนย์อยู่ที่สิงคโปร์ ทำให้ช่วยลดต้นทุนได้ระดับหนึ่ง และเมื่อเออีซีเกิดขึ้น ก็เชื่อว่าภาพรวมการแข่งขันจะดีขึ้น และการแข่งขันเรื่องลดค่าเบี้ยก็จะน้อยลงกว่าปัจจุบัน

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายการสินไหมน้ำท่วมเมื่อปี 2554 นั้น บริษัทได้จ่ายไปแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท จากยอดสินไหมทั้งหมด 2,000 ล้านบาท คาดว่าในปี 2556 คงจ่ายได้ครบทั้งหมด เนื่องจากส่วนใหญ่รอการประเมินความเสียหายจากบริษัทรับประกันภัยต่อ

ล่าสุดบริษัทได้ออกแบบประกันภัยรถยนต์ใหม่ 3 แบบ ประกอบด้วย 1.LMG Exclusive Plus เป็นแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ที่เจาะลูกค้าประกันภัยรถยนต์ระดับบน ประเภทรถซูเปอร์คาร์ราคาแพง เนื่องจากรถ ซูเปอร์คาร์ในไทยเริ่มได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นซึ่งคาดว่าในปีแรกจะขายเบี้ยได้ประมาณ 30 ล้านบาท ค่าเบี้ยจะอยู่ที่ 1-2% ของทุนประกันภัยสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป เนื่องจากแม้รถซูเปอร์คาร์จะมีการใช้งานที่น้อย แต่เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะมีความเสียหายมาก การคิดค่าเบี้ยจึงต้องให้ครอบคลุมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วย

สำหรับแบบที่ 2 LMG Smart City มุ่งเจาะกลุ่มรถซิตี้คาร์ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตลาดขณะนี้ เป็นแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ที่ราคาเริ่มต้น 15,555 บาท สามารถแข่งขันในตลาดได้ โดยตั้งเป้าเบี้ยในปีแรกมากกว่า 100 ล้านบาท เน้นทำตลาดในรถใหม่ปีต่ออายุที่ 2 และซ่อมเฉพาะอู่ทั่วไปเป็นหลัก เนื่องจากส่วนใหญ่รถป้ายแดงจะแถมมากับตัวรถอยู่แล้ว คาดว่าเติบโตได้อีก 50% หรือได้ลูกค้าเพิ่มอีก 2.5 หมื่นราย รวมเป็น 7.5 หมื่นราย จากปัจจุบันที่บริษัทมีฐานลูกค้าซิตี้คาร์อยู่ที่ 5 หมื่นราย ส่วนแบบที่ 3 เป็นแบบ LMG Super Save Flood ประกันภัยรถยนต์ชั้น 5 ที่เพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วมเท่ากับตัวรถที่ 1, 2 และ 3 แสนบาท บวกค่าเบี้ยน้ำท่วมไปอีกแสนละ 500 บาท จากเบี้ยปกติที่เริ่มต้น 5,900 บาท โดยตั้งเป้าเบี้ยในปีแรก 50 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของบริษัทเองกว่า 50% ก็จะซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ไม่มีความคุ้มครองเรื่องน้ำท่วม จึงต้องการกระตุ้นตลาดในส่วนนี้

ที่มา : อาร์วายทีไนน์