ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

คลังข้อมูลข่าวย้อนหลัง

ฉี่ม่วง-เมาหนัก ขับรถเจอดี ประกันภัยงัดกฎเหล็ก เลิกคุ้มครอง

กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ลดคุ้มครองคนขับเมาเหล้า เพิ่มเงื่อนไขสากลไม่คุ้มครองคนขับฉี่ม่วง เทียบกับ 217 ประเทศทั่วโลก

บริษัทประกันภัยรับลูกรัฐ เมาไม่ขับ ลุยรื้อเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ลดคุ้มครองคนขับเมาเหล้า จำกัดต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากเดิมให้ถึง 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ย้ำเกณฑ์เดียวกับกฎหมาย ฉวยจังหวะเพิ่มเงื่อนไขสากลไม่คุ้มครองคนขับฉี่ม่วง ทั้งเมายาบ้า ยาไอซ์ ส่วนเบี้ยประกันภัยปรับปรุงใหม่เช่นกัน ให้สอดรับกับความเสี่ยง-โมเดลรถใหม่เกิดเยอะ

ยกเคส “อีโคคาร์” เบี้ยอาจถูกลงกว่าเดิม เชื่อกฎหมายใหม่ห้ามดื่มบนรถ กดสินไหมประกันภัยรถยนต์ลด ประธานชมรมสินไหมยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย ในฐานะคณะทำงานปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และประกันภัยภาคบังคับ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ทางคณะทำงานฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงเงื่อนไข ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจฉบับมาตรฐานทุกประเภท เกี่ยวกับความคุ้มครองผู้ขับขี่ที่ดื่มแอลกอฮอล์ แล้วขับรถไปเฉี่ยวชนผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย จากเดิมกรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกิน 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะปรับลดลงเหลือเท่ากับระดับที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันกฎหมายกำหนดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้เป็นเกณฑ์เดียวกับประกันภัยรถยนต์ทั่วโลก

“เราขอข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ 217 ประเทศทั่วโลกมาเทียบกับของเรา ดูว่าของเขาคุ้มครองผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเท่าไหร่ พบว่าเกิน 60% คุ้มครองในระดับไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประมาณ 100 ประเทศคุ้มครองไม่เกิน 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และมีเกือบ 10 ประเทศ หากพบว่าคนขับดื่มเหล้าปุ๊บ กรมธรรม์ไม่คุ้มครองเลย การที่เราปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใหม่่ ให้สอดรับกับแนวทางของภาครัฐ ลดความสูญเสียจากการเมาแล้วขับ”

นอกจากนี้ ในกรมธรรม์ที่กำลังปรุบปรุงใหม่ จะเพิ่มเงื่อนไขไม่คุ้มครองผู้ขับขี่ที่เสพสารเสพติด เช่น ยาบ้า, ยาไอซ์ ที่เรียกง่ายๆว่า ฉี่ม่วงด้วย กำหนดเป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หากพบผู้ขับขี่เสพสารติดดังกล่าวแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น กรมธรรม์ไม่คุ้มครองเลย จากเดิมคุ้มครอง สาเหตุที่ต้องเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าว เนื่องจากระยะหลังมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก ที่พบว่าผู้ขับขี่ไม่ได้ดื่มสุรา ไม่มีกลิ่นเหล้า แต่สังเกตได้ว่าเมายาบ้า ยาไอซ์

“เดี๋ยวนี้ตำรวจเขามีน้ำยาตรวจสารพวกนี้ในปัสสาวะ ณ จุดเกิดเหตุแล้ว บางที่อาจจะต้องรอผลส่งตรวจ ซึ่งกรมธรรม์ของต่างประเทศเขาก็ไม่คุ้มครองคนขับฉี่ม่วง เสพสารเสพติดเหมือนกัน ในอดีตกรมธรรม์ของเราก็เคยมีข้อยกเว้นไว้ แต่เนื่องจากมีการปรับปรุงหลายครั้ง ครั้งหลังสุดตกหล่นไป เมื่อเราปรุบปรังใหม่เลยเพิ่มเติมเงื่อนไขข้อนี้เข้าไป”

สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ซึ่งได้มีการปรับปรุงใหม่ด้วยนั้น กล่าวอีกว่า มีการทบทวนทั้งระบบเช่นกัน เพื่อให้สอดรับกับความเสี่ยงภัยและโมเดลรถใหม่ๆ ที่มีออกมามากขึ้น เพื่อให้อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ถูกต้อง เป็นธรรมทั้งกับบริษัทประกันภัยและผู้บริโภค อาทิมูลค่ารถยนต์เสื่อมเร็ว เครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัยมีมากน้อยแค่ไหน ราคาอะไหล่เป็นอย่างไร เบี้ยประกัยรถยนต์ต้องผันแปรตามราคาอะไหล่ โดยว่าจ้างบริษัททัทชาม (ประเทศไทย) ศึกษาจัดกลุ่มใหม่ให้ โดยทัทชามแบ่งประเภทรถออกเป็น 24 กลุ่มจากเดิมมีแค่ 5 กลุ่ม

“ยกตัวอย่างรถโตโยต้า แคมรี่, ฮอนด้า แอคคอร์ด, นิสสัน เทียร์น่า ของเดิมอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ของใหม่จะอยู่คนละกลุ่ม แบ่งตามเครื่องยนต์มีขนาดเครื่อง 2,400 ซีซี, 2,500 ซีซีและ3,500 ซีซี เครื่องยนต์ที่มีซีซีสูง เวลาเกิดอุบัติเหตุจะหนักกว่า เป็นการจัดกลุ่มตามการผันแปรของเครื่องยนต์ หรือรถประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) ซึ่งตอนนี้คิดเบี้ยต่ำสุดก็จริง ยึดตามพิกัดอัตราเบี้ยของเดิมที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2541-42 แต่ตอนนั้นคิดจากฐานรถเก๋ง 4 ล้อ มียอดจำหน่ายประมาณ 7 ล้านคัน แต่ตอนนี้เพิ่มเป็น 10 ล้านคัน เมื่อวอลุ่มเยอะเบี้ยประกันภัยรถยนต์ก็ต้องถูกลง ถ้ายึดตามหลักนี้รถอีโคคาร์เบี้ยอาจจะแพงไป ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุในตอนนี้ความเสี่ยงยังปกติอยู่”

ปัจจุบันการจราจราทางถนนดีขึ้น อย่างต่างจังหวัดมีการปรับปรุงถนนดีขึ้น มีสัญญาณไฟตามจุดต่างๆ มากขึ้น กฎหมายเข้มขึ้น อย่างล่าสุดเพิ่งบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามดื่มในที่สาธารณะทั้งขณะขับขี่หรือโดยสารในรถ หรือบนรถทุกประเภทรวมถึงท้ายรถด้วย ต้องปรับให้เหมาะสมอุบัติเหตุ อาจจะเกิดน้อยลง แนวโน้มค่าสินไหมทดแทนจะลดลง ดังนั้นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ต้องปรับให้เหมาะสม

“หลักการอัตราสินไหมประกันภัยรถยนต์ไม่ควรเกิน 60% ที่ผ่านมาประมาณ 70-80% สิ้นปี 2554 อยู่ที่ประมาณ 64-65% เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดอัตรารวม (คอมไบน์ เรโช) ประมาณ 110% เท่ากับขาดทุน 10% มาจากน้ำท่วม”

อย่างไรก็ดี ในการทบทวนรูปแบบกรมธรรม์และเบี้ยประกันภัยรถยนต์นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ตั้งคณะทำงานขึ้น 3 ชุด ชุดแรกดูแลด้านพัฒนาการพัฒนารูปแบบกรมธรรม์และเบี้ยประกันภัย ชุดที่สองปรับปรุงเงื่อนไขกรมธรรม์ทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ และชุดที่สามจัดทำคู่มือตีความทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ แต่ละชุดจะมีทั้งทีมของคปภ. และสมาคมร่วมกัน ต่างคนต่างหาข้อสรุปของตัวเองก่อนจะนำข้อมูลไปพูดคุยกันในคณะใหญ่ ซึ่งจะมีการนัดประชุมกันอาจจะเป็นเดือนนี้หรือเดือนหน้า โดยการปรับปรุงทั้งหมดต้องแล้วเสร็จ และเริ่มใช้ก่อนประชมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อาจจะเป็นต้นปี 2556 หรือกลางปี 2556

จากข้อมูลของคปภ. ในช่วง 5 เดือนปีนี้ ประกันภัยรถยนต์มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 40,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.08% อัตราสินไหม (Loss Ratio) 65.21% ขณะที่สิ้นปี 2554 มีเบี้ยประกัน 83,250.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.62% อัตราสินไหม 54.90% โดยเบี้ยประกันภัยรถยนต์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 59% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งระบบ

ที่มา : สยามธุรกิจ