ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

คลังข้อมูลข่าวย้อนหลัง

ประกันภัยต่อไม่วางใจแผนน้ำรัฐงดรับ 7 นิคม

ไม่รับประกันภัยให้กับกลุ่ม 7 นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี อยุธยา มูลค่าภัยสะสมหลายแสนล้านบาท เสี่ยงสูงที่น้ำจะท่วม

"ฟอลคอน" ยอมรับประกันภัยต่อไม้ไว้ใจแผนกันน้ำรัฐ หลังถูกบีบไม่รับงานประกัน 7 นิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ท่วมซ้ำซาก ชี้ รี อินชัวเรอร์ ต้องใช้เวลาเลียแผลไม่ต่ำกว่า 4 ปี ถึงกล้าเข้ามารับประกันต่ออีกรอบ แนะดู ซีซีอาร์ หลังล้มโครงการรับประกันภัยต่อในไทยไม่มีกำหนด

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัทฟอลคอน ประกันภัย จำกัด กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการต่อสัญญาประกันภัยต่อ กับบริษัทรับประกันภัยต่อ (ทริตี้) ในต่างประเทศว่า ล่าสุดบริษัทได้ต่อสัญญาไปตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 แล้ว และได้ประสานงานไปยังแต่ละบริษัท และโรงงานต่างๆ ว่าขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะต่อสัญญาแล้ว ดังนั้นความกังวลว่าลูกค้าที่ต้องการต่อสัญญากับบริษัท ที่จะหมดอายุในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2555 จะไม่สามารถต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยตรงนี้ไม่มีปัญหา ดังนั้นความกังวลว่าจะไม่สามารถต่ออายุให้แก่ลูกค้าเดิมของบริษัทจึงไม่เกิดขึ้น แม้จะมีลูกค้า 20-30% ที่ต่ออายุในเดือนมกราคมได้ต่ออายุไปแล้ว

"การรับประกันภัยให้กับลูกค้า ล่าสุดยังคงกรอบเดิม คือ ไม่รับประกันภัยให้เอสเอ็มอี โรงงาน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะท่วมอีกในปีนี้ โดยไม่รับประกันภัยให้กับกลุ่ม 7 นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี อยุธยา รวมถึงเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปตามระเบียบของสัญญาประกันภัยต่อ ที่ระบุว่า 7 นิคม มีมูลค่าภัยสะสมหลายแสนล้านบาท เพราะเสี่ยงสูงที่จะท่วมและเป็นเขตพื้นที่ซ้ำซาก แม้จะมีการแก้ไขแล้ว ซึ่งเป็นผลจากการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย เป็นจำนวนกว่า 3.8 พันล้านบาท ขณะที่รี อินชัวเรอร์ อาจต้องจ่ายรวมกันทั้งระบบไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท"

กล่าวต่อว่าทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ไทยจะมีกองทุนประกันภัยพิบัติว่า แม้รัฐบาลจะเริ่มโครงการบริหารจัดการน้ำ สร้างเขื่อนรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม รวมถึงลอกคูคลองแล้ว แต่ไม่น่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในสายตาของรี อินชัวเรอร์ มากนัก เนื่องจากบริษัทรีฯ มีข้อมูลเชิงสถิติ ซึ่งต่างจากข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งหากจะมองถึงข้อด้อยของไทย ที่ไม่สามารถสร้างความมั่นใจในระยะสั้นได้ น่าจะมาจากการที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลเชิงสถิติย้อนหลังกลับไปหลายสิบปี เพื่อประกอบการตัดสินใจของรี อินชัวเรอร์ ได้นั่นเอง

"ปีนี้เป็นโอกาสที่จะเก็บเงินคืนเข้ากระเป๋า บวกกับที่หลายๆ ประเทศรอบๆ ไทย มีเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมเกิดขึ้นเยอะมาก ซึ่งย่อมส่งผลให้รีอินชัวเรอร์ ป้องกันความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น และที่เห็นได้ชัดคือ การออกไปของบริษัทรับประกันต่อที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก คือ ซีซีอาร์ ที่ถอนตัวออกไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และยังไม่มีสัญญาณของการกลับเข้ามารับประกันภัยในไทย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ที่ซีซีอาร์ ถึงจะกลับเข้ามารับประกันภัยต่อในไทยอีกครั้ง"

สำหรับอัตราเบี้ยประกันภัยต่อนั้น ล่าสุดบริษัทรี อินชัวเรอร์ ยังไม่ได้มีการปรับลดอัตราค่าเบี้ยประกันภัยลงแต่อย่างใด แต่ได้ให้บริษัท ฟอลคอนฯ ขายประกันภัยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 900 ล้านบาท มาเป็น 1 พันล้านบาทต่อพื้นที่แทน ส่วนราคาค่าเบี้ยประกันภัยความเสียหายส่วนเกิน (Excess Of Loss) เริ่มปรับลดลงมาบ้างแล้วแต่ยังไม่มากนัก เชื่อว่าในปีนี้ทางรีอินชัวเรอร์ จะยังไม่ปรับลดราคาค่าเบี้ยประกันภัยในการต่ออายุสัญญาการรับประกันภัยต่อ ของบริษัทประกันภัยไทยลงอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าน้ำจะไม่ท่วมก็ตาม

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ