ทูเดย์อินชัวร์ จำหน่าย ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูก
สำหรับสมาชิก todayinsure.com ระบบงาน TodayInsure C.R.M. หมายเลขใบอนุญาตของ TodayInsure: 5104006215
ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่อยู่ โทรหาเรา (02) 952-7322, (086)378-9671 หรือ email: sales@todayinsure.com

คลังข้อมูลข่าวย้อนหลัง

ทิพย พร้อมจ่ายสินไหมประกันภัยบางจาก ยันฐานะแกร่ง

สินไหมประกันภัยไม่กระทบฐานะการเงิน ส่งรีต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ วงเงินทำประกันภัย 2.35 หมื่นล้านบาท

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่คลังน้ำมันบางจากไฟไหม้ พบว่าบริษัท บางจาก ปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน) ได้ทำประกันภัยไว้กับริษัททิพยประกันภัย ในวงเงินความคุ้มครองทรัพย์สิน 22,000 ล้านบาท ซึ่งให้ความคุ้มครองความเสียหายทรัพย์สินต่างๆ ประกอบด้วย โรงกลั้น วัตถุดิบ เครื่องจักร ธุรกิจหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังมีประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกอีก 1,500 ล้านบาท

"ทิพยประกันภัยเป็นผู้รับประกันภัยทั้งหมดรายเดียว ความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ของบางจาก ไม่กระทบต่อฐานะทางการเงินของทิพยประกันภัย เพราะบริษัทได้ทำการส่งไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อ หรือรีอินชัวเรอร์ในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่"

สำหรับมูลค่าความเสียหายครั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว โดยให้บริษัทสำรวจภัยเตรียมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหายแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายได้ เพราะต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง เข้าไปดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายก่อน หลังจากนั้นบริษัทสำรวจภัยจึงสามารถเข้าไปสำรวจความเสียหายได้ ในเบื้องต้นคาดว่าไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันเข้าไปสำรวจภัย จะทราบตัวเลขความเสียหายทั้งหมด เมื่อทราบความเสียหายแล้ว บริษัทก็จะรีบดำเนินการจ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยให้กับบางจากเป็นลำดับต่อไป

"เราจ่ายค่าสินไหมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินทุนประกัน 23,500 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายเท่าไหร่นั้นตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องรอสำรวจความเสียหายก่อน แต่ทุนประกันภัยที่บางจากซื้อไว้นั้น ถือว่าครอบคลุมทุกอย่าง"

จากกรณีบางจากที่ได้เกิดเพลิงไหม้ และสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ได้สะท้อนให้เห็นว่าหากผู้ประกอบการได้ทำประกันภัยเอาไว้ แม้โรงงานได้รับความเสียหาย ประกันภัยก็เข้ามาลดทอนความเสียหายได้ระดับหนึ่ง ไม่ได้สูญเสียไปทั้งหมด ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับประกันภัย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ